================================================== -->

st 911 บา คา ร่า

ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว

  • เยี่ยมชมบล็อก:743712
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 25
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-04-15 12:46:41
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

นายสมพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน มีข้อจำกัดในการเดินทางจากการเป็นช่องทางเดินรถ 1 ช่องทาง ทำให้ความถี่ในการเดินรถไฟฟ้าไม่เพียงพอ และรถไฟฟ้าต้องจอดรอเพื่อสับรางตลอด ซึ่งปกติผู้โดยสารจะต้องเสียเวลารอประมาณ 10-15 นาที โดยในปี 2560 มีการหารือระหว่างกระทรวงคมนาคม กทม และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ซึ่ง กทมได้มอบหมายให้บริษัทที่ปรึกษาของ BTSC นำเสนอให้ที่ประชุมทราบถึงแนวทางแก้ปัญหาการปรับปรุงสถานีสะพานตากสิน ซึ่งเป็นสถานีชั่วคราวมาตั้ง

ที่เก็บบทความ

2015(407)

2014(110)

2013(8)

2012(112)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: คำสั่งของนกฟีนิกซ์

st 911 บา คา ร่า,ส่วนสถานการณ์ ณ วันนี้ ยังไม่มีการเปิดตัวผู้สมัคร สส ของแต่ละพรรคอย่างชัดเจน แต่ที่แน่นอนคู่แข่ง คือพรรคภูมิใจไทย เป็นเจ้าถิ่น เพราะมีอดีต สส เยอะ และมีพรรคเพื่อไทย 2-3 เขต ที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง ส่วนพรรคอื่นๆ ก็ยังไม่มีการเปิดตัว แต่เท่าที่ทราบตามกฎหมายเลือกตั้ง ทุกคะแนนมีค่า จึงเชื่อว่าในทุกเขตจะมีผู้สมัครของแต่ละพรรคจำนวนมากต้องลงพื้นที่ในครั้งนี้ อยากให้ข้อคิดผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัดต่างๆ ทำงานร่วมกันอย่างสามัคคี ขอให้ยึดถือสามัคคีคือพลังเป็นคาถาของเรา ขอให้ทุกท่านใช้ประโยชน์จากความหลากหลายของประสบการณ์มาช่วยเสริมกันและกัน นำประสบการณ์ของแต่ละคนมาหล่อหลอมให้เกิดประโยชน์สูงสุด และในระยะเวลา 5 ปีที่จะมีชื่อในบัญชีเลือกตั้งนั้น อยากให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งทำความคุ้นเคยกับพื้นที่อื่นๆ นอกจากจังหวัดของตัวเอง ซึ่งจะเป็นเรื่องที่สำคัญหากถูกจับฉลากไปอยู่ในพื้นที่อื่น ซึ่งในวันที่ 19 พยนี้ก็จะจับฉลากแล้ว ทั้งนี้การเลือก สวจะเป็นบททดสอบบทที่หนึ่ง และการเลือก สส จะเป็นบททดสอบที่สองของการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเราจะทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประธาน กกต ระบุ แอมเนสตี้ ถอด อองซาน ซูจี พ้นทูตแห่งมโนธรรมสำนึก เห็นหัวข่าวนี้ปุ๊บ ความรู้สึกตอบสนองเกิดกับผมปั๊บ โธ่ไอ้องค์กรสถุล ! ให้แล้วทวงคืน ทำเหมือนเด็ก ดีกัน ก็เอ้า ฉันให้เธอ แต่พอโกรธกันเอาของฉันคืนมา ในอารยสังคมตะวันออก เขาไม่ทำกันหรอก เพราะคนบูรพา จิตพัฒนาเหนือวัตถุ มีแต่คนตะวันตกเท่านั้น เจริญวัตถุ เถื่อนทางจิต ก็ใช้ความเถื่อนนั้น เป็นทัศนคติมองคนอื่น พวกหวังสถาปนา อำนาจเดียวครองโลก อย่าง CFR กะใช้นางอองซานเป็นทางเดินอำนาจของจักรวรรดินิยมตะวันตกเข้าไปยึดครองพม่า เป็นกันชนจีน ในภูมิภาคนี้ ก็เอารางวัลมาคล้องคอนางอองซาน ตั้งแต่ตอนถูกกักตัว สร้างภาพ ประชาธิปไตย เริ่มแล้ว ในพม่า ตามแผนก็เห็นกันอยู่ ปลุกประชาธิปไตย เอาเผด็จการทหารลง เชิดนางอองซาน ร่างทรง ขึ้น ด้วยมั่นใจ นางอองซาน จะเป็นเด็กดีของเขาได้ และสุดท้าย นางอองซานกับกองทัพก็จะต้องฟัดกันเป็นศึกในประเทศ แล้ว นางอองซาน ก็จะต้องพึ่งบริการอำนาจนอกหนุน และนั่น ประชาธิปไตย CFR เจ้านายแอมเนสตี้ ฮิวแมนไรต์ โดยตรง ก็จะฉวยโอกาสเป็นอำนาจแทรกใน ร่างทรง สมบูรณ์ เขาทำมาแล้ว สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง ทั้งในลาตินอเมริกา ในตะวันออกกลาง ที่ยังเป็น อารมณ์ค้าง อยู่ก็หลายแห่ง แต่ปรากฏว่า นางอองซาน เธอไม่ใช่ตุ๊กตาการเมืองให้ ประชาธิปไตย CFR ไขลาน อย่างที่คิด CFR ต้องการให้เธออุ้มโรฮีนจา เธอก็ไม่อุ้ม ต้องการให้เธอเป็นปฏิปักษ์กับกองทัพ เธอก็ไม่เป็น เพราะเธอ คือพม่า ประเทศก็ ประเทศพม่า กองทัพก็ กองทัพพม่า ประชาชนก็ ประชาชนพม่า อำนาจที่เธอมีวันนี้ก็ เพื่อความเป็นชาติพม่า แล้วมันเรื่องอะไร แค่แอมเนสตี้เอารางวัลบ้าๆ บอๆ มาสวมคอให้ เธอต้องไปห้ำหั่นกับกองทัพ ต้องไปเป็นศัตรูกับคนพม่าทั้งประเทศ โดยไปอุ้มโรฮีนจา เพื่อตอบสนองและเอาใจประชาธิปไตยห่วยๆ จากแก๊ง CFR ผ่านสมุนรับใช้ในคราบแอมเนสตี้? เรื่องโรฮีนจานั่นน่ะ เราเป็นคนนอกชาติเขา ส่วนมาก รู้เรื่องราวทั้งลึก-ทั้งตื้น ในความเป็น ปัญหาพม่า แค่เปลือก คือรู้เท่าที่ขบวนการ ปั้นข่าวสาร จะป้อนและปั้นแต่งให้รู้เท่านั้น ก็เห็นกันอยู่มิใช่หรือ ว่าข่าวสารที่ปั่นโลกให้ไปทางไหน ในยุคโลกาภิวัตน์ เป็นพวกไหน ที่ระบายสี-ชี้นำทิศ? เรื่องโรฮีนจา ในรัฐยะไข่ นั้น พวกมนุษย์ยุคไร้พรมแดน ชอบใช้คำว่า มนุษยชาติ-มนุษยธรรม เป็นคำตอบในทางออก เท่ในความมักง่ายดี ชาติใคร-ประเทศใคร ใครก็รัก-ใครก็หวง ลองใครอยู่ในสถานะ นางอองซาน ซูจี และอยู่ในสถานะ ประชาชนพม่า ดูซี เลือดในตัวจะบอกหัวใจเองว่าอะไร-เป็นอะไร และควรต้องทำแบบไหน อย่างไร? ในความซับซ้อนของปัญหา ที่จักรวรรดิอำนาจตะวันตก เมื่อครั้งเข้าครอง มันวางเป็น หมากกล ไว้! เชื่อแน่ ทุกคน ก็จะทำอย่างที่ นางอองซาน ทำวันนี้แหละ เท่าที่ผมเคยฟังคนพม่า ในพม่า คุยให้ฟัง มีแต่คนสนับสนุนแนวทางที่นางอองซานทำทั้งนั้น! มีแต่ คนนอกชาติ-นอกประเทศ เหยื่อข่าวประชาธิปไตยปั้นแต่ง อย่างเราๆ เท่านั้น บ้าใบ้ ใหลหลง ไปในทิศทาง ผลักภาระ ให้ชาวเราอุ้ม ส่วนชาวมันเอง เห็นมั้ย ใครเคยเห็นสหรัฐฯ รับโรฮีนจา หรือผู้ลี้ภัย ผู้อพยพ ไปอยู่บ้าง? เห็นแต่ สั่งกองทัพ สั่งตำรวจ ตรึงตลอดแนว สกัดคนอพยพเข้าทางเม็กซิโก! ผู้นำที่แท้จริง ชาติ-ประชาชน ต้องมาก่อน ไม่ใช่ ขายประเทศชาติ ให้ต่างชาติ เพื่อตัวเองและโคตรรวยก่อน อย่างบางผู้นำมันทำ! เพราะอย่างนี้แหละ ที่เลขาธิการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ องค์การนิรโทษกรรมสากล เขียนจดหมายถึง นางอองซาน วันก่อน ขอริบรางวัล Ambassador of Conscience Award ที่ให้เมื่อปี ๕๒ คืน! ด้วยเหตุผล ว่า เธอล้มเหลวในการขัดขวางกองทัพ แถมยังปกป้องกองทัพ จากความรับผิดชอบสำหรับความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮีนจา เป็นการทรยศอย่างน่าละอายต่อคุณค่าที่ครั้งหนึ่งเธอเคยยืนหยัดต่อสู้ เป็นผมนะ มึงทวงคืนเรอะ โยนใส่ถังขยะ แล้วถ่ายรูป ส่งอินสตาแกรม ไปให้นายคูมี เลขาฯ แอมเนสตี ดูก่อนเลย พร้อมข้อความ รางวัลอยู่ในถังขยะ เตรียมรับนะจ๊ะ วัน-สองวันจะถึง ! มันไม่มีค่า ไม่มีความหมายอะไรเลย การที่ทวงคืน ไม่ใช่ประจานนางอองซานนะ ในความเป็นหนึ่งในประชาสังคม ผมรับรู้ว่า แอมเนสตี้ประจานตัวเอง บัดซบที่สุด ! ให้รางวัล ไม่ได้มองเห็นค่าแท้จริงในความเป็น นางอองซาน ซูจี ในการให้ หากแต่เอารางวัลเป็นเหยื่อล่อ เจตนาหวังหลอกใช้นางเป็นเครื่องมือประชาธิปไตยเท่านั้น เมื่อไม่เป็นดังใจ เขียนจดหมาย ขอริบ ! แอมเนสตี้ทำครั้งนี้ เป็นทั้งทำลายและออกลายตัวเอง หมดค่า-หมดราคา ในตลาดสังคมโลกไปเลย ใครเป็นนักการเมือง ดูเยี่ยง นางอองซาน ซูจี ไว้ ไม่ใช่บูชาต่างชาติเหนือหัว เอะอะก็ ต่างชาติ ดีกว่า ไปดึงต่างชาติเข้ามา เอะอะก็ ชักน้ำเข้าลึก-ชักศึกเข้าบ้าน วันๆ ซ่องสุมต่างชาติที่คิดไม่ซื่อกับเรา เป็นไส้ศึก ไขข่าวสารลับ ให้เขาในทุกเรื่อง ประชาธิปไตยในพม่า นั้น ใช่ว่านางอองซานเธอไม่ประสา เธอรู้ และลุ่มลึก เธอยอมติดคุก-ถูกกักบริเวณมากี่ปี เธออดทน อดกลั้น ชนิดมีแผน มีเป้าหมาย เพื่ออนาคตประเทศ ของเธอ เธอสุขุม ลุ่มลึก รู้ว่า ปัญหาพม่า และการเมืองเรื่องอำนาจในพม่า รวบรัด เอาแต่ใจ ไม่ได้ แค่ เลือกตั้ง ชนะ แล้วทึกทักว่าสถาปนาอำนาจสำเร็จ แบบนั้น ควาย ๕ ตัว รวมกัน ยังไม่เท่านักการเมืองโง่ ๑ คน! ประชาธิปไตยเลือกตั้ง นั่นแค่ เปิดประตู ยังไม่ได้ก้าวเดินด้วยซ้ำ ถ้าขึ้นต้น แตกหักกับกองทัพ พม่าจะกลับไป -๐ อีกทันที! และการรับมือโรฮีนจา ลำพังเธอ ถึงออกหน้า ก็ไม่มีทางสำเร็จ ที่ทหารออก ก็ยังแค่ปะทะปะทัง ประชาธิปไตยหลอกใช้ มันจึงโกรธไงล่ะ ที่นางอองซานไม่ลงไปเล่นในเกมโรฮีนจาให้ขยายเป็นเรื่องใหญ่ลุกลามตามแผน มันจ้องจังหวะเข้า จึงไม่มีช่องให้เข้า! ดูเขาแล้ว ก็หัดมองดูเรากันบ้าง เพราะทุกวันนี้ มันก็ จ้องเข้า อยู่ ประชาธิปไตยเลือกตั้ง ประเภทปั่น การเมืองกับกองทัพ ให้เป็นขั้วบวก-ขั้วลบกันนั้น สมประโยชน์ดี กับพวกประชาธิปไตยกินเมืองนายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม)เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อการจัดทำร่างรายงานและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมในการจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการฯ กรณีปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน (S6) จากรางเดี่ยว เป็นรางคู่ของ รถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อจัดทำรายงานเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ)ต่อไป

สบสสั่งปิดรพพระราม 2 ส่วนผู้ป่วยนอกพบเอาที่จอดรถมาดัดแปลง ให้เวลาปรับปรุง15วัน 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 17:37 น บิ๊กป้อม เสียใจนักชกวัย13ดับคาสังเวียน บี้แก้ไขกมกีฬามวย 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 10:52 น 14 พย 61 - พลทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 5/61 โดยมี พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมวกลาโหม เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้แสดงความเสียใจกับ น้องเล็ก เพชรมงคล ปพีณภัทร เยาวชนไทยอายุ 13 ปี ที่เสียชีวิตจากการชกมวยไทยการกุศลที่ผ่านมา พร้อมทั้งแสดงความกังวลและให้ความสำคัญร่วมกัน ถึงการพัฒนาการกีฬาทุกประเภทที่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักกีฬามากขึ้น ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าวพลังธรรมใหม่ แถลงจุดยืนไม่ฝักใฝ่เผด็จการทหาร-เผด็จการรัฐสภา 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 10:36 น

อ่าน(863) | แสดงความคิดเห็น(575) | ส่งต่อ(430) |
บทความยอดนิยมที่เกี่ยวข้อง
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

หลังจากลอร์ด 2021-04-15

แบร์เรน ทนายสงกานต์ ลั่นศรัทธา พลังประชารัฐ ทางเลือกใหม่ของปชช 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 10:52 น

พรรคอะไหล่แม้วป่วน ทักษิณบินเข้าสิงคโปร์ เคลียร์เขตสมุนลงสส 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น

Ming Wuzong Zhu Houzhao 2021-04-15 12:46:41

รองเลขานายกฯ ในฐานะโฆษกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในท้ายพรบยังมีการแก้ไขบทกำหนดลงโทษ การแก้ไขอัตราค่าธรรมเนียม เช่น ใบอนุญาตผลิตยาแผนปัจจุบัน จากเดิม 10,000 บาท จะแก้ไขเป็น 50,000 บาท ซึ่งจะเป็นเพียงการกำหนดอัตราเพดานขึ้นสูงเอาไว้เท่านั้น ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการออกกฎหมายขึ้นมารับรอง เพื่อให้เกิดความรอบคอบ และควรเพิ่มค่าปรับจาก 10,000 บาท เท่าไหร่ แต่ไม่ควรเกินเพดานที่ 50,000 บาท ขณะเดียวกันร้านขายยาแผนปัจจุบันต่างๆที่เคยมาขอใบอนุญาต จากเดิมมีค่าธรรมเนียม 3,000 บาท ก็จะกำหนดเพดานใหม่เป็นไม่เกิน 5,000 บาท และยังมีกำหนดการขึ้นทะเบียนตำหรับยา หรืออายุของยาทุกๆ 5 ปีด้วย

คุณลู 2021-04-15 12:46:41

ดังนั้นเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่ให้พอเพียงกับความต้องการใช้ 5จี นั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยความเร็วในการรับส่งข้อมูลเบื้องต้นในยุค 5จี จะมีความเร็วในการส่งข้อมูลสูงกว่า 4จี อย่างน้อย 10 เท่า หรือ เรียกว่า เป็นการรับส่งข้อมูลด้วยความเร็วที่ระดับ กิกะบิตเพอร์เชค(Gbps) ซึ่งก็จะรับส่งข้อมูลจำนวนสูงขนาดนี้ จำเป็นต้องใช้คลื่นความถี่จำนวนมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อรองรับคุณสมบัติดังกล่าว อย่างน้อยที่สุดคลื่นที่จะนำมาใช้ได้ ก็จะต้องช่วงความกว้างของคลื่นความถี่ จะต้องไม่ต่ำกว่า 50-100 MHz จึงบอกได้เลยว่าจำนวนคลื่นความถี่ที่ให้บริการในปัจจุบันจะมีไม่เพียงพออย่างแน่นอน และจำเป็นจะต้องสรรหาคลื่นใหม่มาจัดสรรเพิ่มเติม เพื่อรองรับการให้บริการบนเทคโนโลยี 5จี, ที่ผ่านมาเวลาใครจะขึ้นบัญชียาต่างๆจะต้องผ่านอยหน่วยงานเดียว แต่พรบฉบับที่จะปรับปรุงแก้ไขนี้ จะอนุญาตให้อยมีสิทธิ์แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญฯลฯ มาเป็นหน่วยงานกลั่นกรองบัญชียาใหม่ๆ ทำให้เกิดความรวดเร็วขึ้นในการรับรองบัญชียา จะเป็นจุดสำคัญในการแก้ปัญหา แต่สุดท้ายก็ต้องผ่านความเห็นชอบของอยทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านๆมา อาจจะมีความล่าช้าในเรื่องการรับรองมาตรฐาน ที่มา แหล่งผลิตต่างๆ ครั้งนี้อยจะทำงานได้เร็วขึ้น และประชาชนจะได้ใช้ยารวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ทันสมัย นายพุทธิพงษ์ กล่าว。นายสมพงษ์กล่าวว่าโครงการปรับปรุงสถานีสะพานตากสิน(S6) งบประมาณ 11พันล้าน นั้นขณะนี้การออกแบบการขยายรางรวมถึงสถานีเพื่อแก้ปัญหารถไฟฟ้าบีทีเอสรอสับหลีก หรือแก้ปัญหาคอขวดได้ดำเนินการเสร็จแล้ว และทางบริษัทที่ปรึกษาได้นำแบบให้ทาง กรมทางหลวงชนบท(ทช) พิจารณาในส่วนของรูปแบบสะพานที่ต้องมีการขยายช่องจราจรออกไป ซึ่งขณะนี้ ทชก็ได้มีการอนุมัติแบบแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงรายละเอียดการวิเคราะห์รายงานสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) โดยต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงสถานีเพื่อทำรายงานให้แล้วเสร็จภายในเดือน พยนี้。

เสี่ยวหยู 2021-04-15 12:46:41

14 พย 61 - พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือทวิภาคีกับ นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 33 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการซันเทค สาธารณรัฐสิงคโปร์ ภายหลังการหารือ พลทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซียต่างยินดีที่หลังจากการพบหารือทวิภาคีที่ประเทศจีน เมื่อเดือนกย 2560 หน่วยงานภาครัฐและเอกชนของทั้งสองฝ่ายได้นำผลการหารือไปผลักดันอย่างจริงจัง และยังมีแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกันอย่างสม่ำเสมอ, ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว。ศรีสุวรรณ ยัวะเกรียนคีย์บอร์ดถล่มเละ ร้องปอทฟันหมิ่นประมาท 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 10:05 น 14 พย 61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ตนเอง ได้พยายามปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพลเมืองไทยที่ดีตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยการยื่นร้องเรียนและตรวจสอบผู้มีอำนาจรัฐและข้าราชการระดับสูง ที่ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบมานับ 10 ปี รวมทั้งเป็นตัวแทนชาวบ้านที่มีความเดือดร้อนและเสียหายจากการถูกกลั่นแกล้งจากอำนาจรัฐ และการละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานราชการทั้งประเทศในทุกรัฐบาล ทุกยุค ทุกสมัยจวบจนปัจจุบัน โดยไม่สนใจว่าจะเป็นพวกของใคร ฝ่ายใด สีการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น แต่ปรากฏว่ามีพวกนักเลงคีย์บอร์ดเป็นจำนวนมากที่ชอบเชลียร์ผู้มีอำนาจ ล่าสุดคือ กรณีการตรวจสอบ ฮAW 139, AW 149 และการคัดค้านการขึ้นค่าเอฟที ทำให้นักเลงคีย์บอร์ดจำนวนมากรับไม่ได้ที่มาแตะต้องคนที่ตนบูชา จึงพยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสารในสังคมออนไลน์ เพจเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ต่างๆ ในลักษณะการใส่ร้ายป้ายสี ดิสเครดิตการทำหน้าที่ของตนจนก่อให้เกิดความเสียหาย เป็นที่เกลียดชังของผู้ที่ได้รับสื่อ อันถือเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่ 3 โดยประการที่น่าจะทำให้ตนเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ มาตรา 328 ประกอบ ม14 (1) แห่ง พรบว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ 2550 ด้วยเหตุดังกล่าว จะนำรายชื่อเจ้าของเพจต่างๆ ที่หมิ่นประมาทตนไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บกปอท) เพื่อดำเนินการเอาผิดเจ้าของเพจต่างๆ รวมทั้งผู้ที่แชร์ข้อมูลดังกล่าวด้วย โดยจะเดินทางไปแจ้งความ ในวันพฤหัสที่ 15 พย 2561 เวลา 1030 น ณ บกปอท ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ชั้น 4 ถแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม。

พลเรือเอก เลค 2021-04-15 12:46:41

ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว,นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจาก 5 จังหวัด ประกอบด้วย จราชบุรี เพชรบุรี นครปฐม กาญจนบุรี และสมุทรสงคราม มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคด้วย ทั้งนี้ มีกรรมการบริหารพรรคมาให้การต้อนรับ。ก้าวแรกสู่การเมือง。

ชอว์ ยู 2021-04-15 12:46:41

สบสสั่งปิดรพพระราม 2 ส่วนผู้ป่วยนอกพบเอาที่จอดรถมาดัดแปลง ให้เวลาปรับปรุง15วัน 14 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 17:37 น ,พลทวีรชน กล่าวว่า ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายยินดีที่มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับรัสเซียในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นกว่า 50% โดยประธานาธิบดีรัสเซียพร้อมผลักดันให้การค้าระหว่างกันเพิ่มเป็น 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี คศ 2020 ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ขณะที่นายกฯกล่าวเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซี และอุตสาหกรรมS-Curvesด้วย นอกจากนี้รัสเซียยังสามารถใช้ไทยเป็นศูนย์กลางตลาดการค้าในACMECSได้พร้อมกันนี้นายกฯยินดีที่ทราบว่า ประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU)จะเดินทางเยือนไทยในระหว่างวันที่ 16 - 19 พย 61เพื่อลงนามร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ของไทย จึงหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะได้หารือเพื่อเริ่มต้นกระบวนการจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างกันได้โดยเร็ว ซึ่งประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซียยินดีสนับสนุนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยและรัสเซีย พร้อมรับที่จะดูแลนักธุรกิจไทยที่ไปลงทุนในรัสเซียด้วย。 ปปชยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน ชะลอ นายกฯ-กรรมการสภามหาวิทยาลัย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ระบุอาจไม่คุ้นชิน แต่ย้ำยังต้องยื่นอยู่ดี ด้าน รมชศึกษาธิการ เกรงสุญญากาศ วอนอย่าเพิ่งลาออก แนะให้เทียบอำนาจหน้าที่ อย่าแค่ตำแหน่ง เสนอทางออกแก้ กม-ใช้ ม44 เมื่อวันที่ 13 พย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) สนามบินน้ำ จนนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ปปช แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ปปช ว่า ตามที่ประกาศคณะกรรมการ ปปช เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พศ2561 ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 พย61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 2 ธค61 นั้น ต่อมามีกรณีที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ) ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 7 พย61 ให้เสนอคณะกรรมการ ปปช ทบทวนการออกประกาศดังกล่าวในส่วนของตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการ ปปชพิจารณาแล้ว เห็นว่าตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช นายวรวิทย์กล่าวว่า แต่เนื่องจากเป็นตำแหน่งใหม่ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หากจะให้ประกาศฯ มีผลใช้บังคับทันทีกับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จะกระทบต่อการบริหารงานในมหาวิทยาลัย จึงมีมติให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการ ปปชดังกล่าว เฉพาะในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยไม่รวมถึงตำแหน่งอธิการบดี ทั้งในสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของรัฐ ตามข้อ 787 และข้อ 7106 ของประกาศ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาสถาบัน รองประธานสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ตามข้อ 7861 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันที่ 2 ธค61 และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 31 มค62 เพื่อคณะกรรมการ ปปชจะได้รวบรวมความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษา ภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อพิจารณาใ นรายละเอียดต่อไป ตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ประธานสภา รองประธานสภา และกรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นตำแหน่งใหม่ กรรมการแต่ละคนอาจไม่คุ้นเคย ต้องใช้ระยะเวลา ถ้ามีกรรมการคนหนึ่งคนใดลาออก เรื่องการสรรหาคนมาทดแทนต้องใช้ระยะเวลาหนึ่ง หากบังคับใช้กฎหมายทันทีอาจมีผลกระทบต่อการบริหารงาน จึงไปดูตัวกฎหมายต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเบื้องต้นแล้ว เห็นว่าระยะเวลาบังคับใช้กฎหมาย 60 วัน เหมาะสมที่ทางมหาวิทยาลัยจะแก้ไขปัญหากรณีมีบุคลากรลาออก นายวรวิทย์ กล่าว ทางด้าน นพอุดม คชินทร รมชศึกษาธิการ กล่าวว่า หลังจาก ปปชขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ปปชออกไป 60 วัน ทำให้มีเวลาที่จะไปหาทางออก และทำให้นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีโอกาส ขณะนี้ตนพยายามที่จะส่งข่าวไปยังนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งว่าอย่าเพิ่งลาออก รอให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กับ ปปชได้หาทางออกกันก่อน อย่างที่ทราบกัน ผลกระทบมากกว่าที่เราคิดไว้มาก อย่างน้อยการที่ ปปชยืดออกไป 60 วัน จะได้มีเวลาหารือกันมากขึ้น ซึ่งน่าเห็นใจ ปปชเหมือนกันว่าจะหาทางออกอย่างไร เนื่องจากต้องทำตาม พรบปปชอย่างเดียว ดังนั้น มันต้องมาช่วยกันทั้งทางรัฐบาลและ ปปช เช่น จะแก้ พรบปปชใหม่หรือไม่ ซึ่งก็ต้องใช้เวลา หรือบางคนเสนอให้ใช้มาตรา 44 เป็นเรื่องที่ต้องไปคุยและตกลงกัน ผมคิดว่าถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งกระบิ จะมายกเฉพาะมหาวิทยาลัย แต่กลุ่มอื่นๆ อย่างองค์การมหาชนไม่ให้ก็จะเป็นประเด็นอีก ดังนั้นขอให้ใจเย็นนิดนึง อย่าเพิ่งลาออกตอนนี้ ถ้าลาออกกันเยอะๆ มันจะเกิดสุญญากาศ องค์ประชุมจะไม่ครบ มันจะลำบาก เพราะสภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติหลักสูตร ซึ่งมีการเสนอเข้าในที่ประชุมทุกครั้ง หรือตำแหน่งทางวิชาการ ที่มีการพิจารณากันทุกเดือน จะทำให้มีผลกระทบแน่นอน นพอุดมกล่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลา 60 วันที่ยืดออกไป หากนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยยืนยันจะลาออก จะเพียงพอในการหาคนใหม่มาทดแทนหรือไม่ นพอุดมกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ทันอยู่ดี การยืด 60 วัน ทำให้คนที่คิดจะลาออกมีเวลาพิจารณามากขึ้น เพียงแต่ถ้ายังไม่พอใจสิ่งที่เราจะปรับให้ เขาก็มีสิทธิ์จะลาออกอยู่ดี ซึ่งคงเป็นช่วงท้ายๆ ในระยะเวลา 60 วัน แต่กระบวนการสรรหาใหม่เร็วสุดต้องใช้เวลา 2 เดือน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขอว่าอย่าเพิ่งลาออก เพราะรัฐบาลเต็มที่อยู่แล้วว่าต้องพยายามหาทางออกให้ได้ รมชศึกษาธิการกล่าวว่า ตอนที่ ปปชทำประกาศไม่ได้มาปรึกษากับทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะ ปปชต้องทำ พรปว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเขียนไว้กว้างๆ ว่าต้องเป็นผู้บริหารระดับสูง ส่วนเป็นใครบ้าง ปปชเป็นผู้ตีความ ซึ่งตนคิดว่าการเทียบตำแหน่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทีเดียว แต่ต้องเอาอำนาจหน้าที่เป็นหลัก สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแต่หลักสูตรและตำแหน่งต่างๆ ไม่มีสิทธิ์อนุมัติงบประมาณ แค่เห็นชอบเพื่อส่งมาให้สำนักงบประมาณ เป็นเพียงทางผ่านเฉยๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินเลย แต่พอ ปปชเทียบเอาตำแหน่งเป็นหลักทั้งที่บางตำแหน่งไม่เกี่ยวข้องเลย มันจึงเกิดผลกระทบ เป็นความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดขึ้น นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาฯ กกอ) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) มีมติเกี่ยวกับประกาศ ปปช เรื่องกําหนดตําแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พศ2561 ในส่วนของตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ปปช แต่ให้มีการขยายระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีก 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 ดังนั้นจึงจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มกราคม 2562 ว่าในส่วนของการลาออกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐนั้น เป็นเรื่องภายในของมหาวิทยาลัย ไม่ต้องแจ้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ) ซึ่งตนเข้าใจว่าหากจะมีการลาออกจริง อาจจะมีการตัดสินใจในช่วงใกล้วันที่ประกาศดังกล่าวจะบังคับใช้ เนื่องจากสภามหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้ หากกรรมการสภามหาวิทยาลัยตัดสินใจที่จะลาออก ก็จะมีการแจ้งให้มหาวิทยาลัยรับทราบอยู่แล้ว เพื่อที่ฝ่ายบริหารจะได้เตรียมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทดแทนต่อไป เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก จะกระทบต่อการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยหรือไม่ นายสุภัทรกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปฏิทินการดำเนินงานของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตนคิดว่าสภามหาวิทยาลัยควรจะมีการวางแผนการดำเนินงานให้ดี เช่น หากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน และกรรมการสภามหาวิทยาลัยไม่ครบ ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นต้น ด้าน นพกำจร ตติยกวี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในส่วนของกรรมการสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชุดนี้ที่กำลังจะหมดวาระอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้นั้น หากปปชขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวออกไปอีก 60 วัน ตนคิดว่าน่าจะอยู่ได้ เพราะกรรมการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นสภาจุฬาฯ หรือที่อื่นๆ ที่ใกล้จะหมดวาระมองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์เป็นความวุ่นวาย เนื่องจากใกล้จะหมดวาระแล้ว จึงตัดสินใจที่จะลาออกมากกว่า เพราะตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะยื่นหรือไม่ยื่น อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าความวุ่นวายนี้จะยังไม่จบ เพราะมหาวิทยาลัยนอกจากจะต้องการความช่วยเหลือด้านวิชาการแล้ว ยังต้องการความช่วยเหลือจากสังคมในด้านอื่นๆ ด้วย ซึ่งประสบการณ์และแนวความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะสามารถช่วยในการทำนายอนาคตของบัณฑิตที่นะผลิตขึ้นในแต่ละมหาวิทยาลัยได้ด้วย และหากขาดในส่วนนี้ไป จะหาคนมาทดแทนได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวของแต่ละมหาวิทยาลัย ความคิดของการแจงทรัพย์สินมาจากข้าราชการที่ทำหน้าที่เดียว และมีรายได้ทางเดียว ในขณะที่ภาคเอกชนที่ไม่ได้มีรายรับทางเดียวเหมือนกับข้าราชการ และยังมีทรัพย์สินส่วนตัวที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย เพราะอาจจะส่งผลต่อธุรกิจ ดังนั้นการที่จะให้นักธุรกิจภาคเอกชนมาเท่ากับข้าราชการ ผมว่ามันไม่ใช่ นพกำจรกล่าว。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

วิเคราะห์บอลวันนี้ คืนนี้บาคาร่าฟรี| เล่นสล็อตออนไลน์ผ่านทางมือถือสล็อตแมชชีนฟรี| โปร วัน เกิด สล็อตข้อเสนอฟรี 2021| ถ่ายทอดสดฟุตบอล ลิเวอร์พูล เชลซีข้อเสนอฟรี 2021| ผล บอล สด ทีเด็ด ฟัน ธง2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| แอ พ เล่น poker2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| ตู้สล็อตการพนันฟรี| ถ่ายทอด สด บอล พรุ่งนี้โป๊กเกอร์ฟรี| มูลค่าสโมสรฟุตบอล 2021โป๊กเกอร์ฟรี| ตารางบอล พรีเมียร์ลีก ที่เหลือสล็อตแมชชีนฟรี| ตาราง คะแนน บอล เช็ กบาคาร่าฟรี| วิเคราะห์บอล ฮังการีสล็อตแมชชีนฟรี| อัตรา ต่อ รอง บอล วัน นี้ ทั่ว โลก2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| ถ่ายทอดสดฟุตบอล ช่องอะไรสล็อตแมชชีนฟรี| ฟุตบอลออนไลน์ เชลซีการพนันฟรี| กลยุทธ์ บาคาร่าลงทะเบียนส่ง 88| กีฬากอล์ฟ ประวัติเกมฟรี| ดู บอล พรีเมียร์ ลีก ผ่าน เน็ต ฟรีตกปลาออนไลน์ฟรี| บุรีรัมย์ ฟอเรสต์ตกปลาออนไลน์ฟรี| ผลบอลสด พรุ่งนี้ตกปลาออนไลน์ฟรี| โปรแกรม พรีเมียร์ ลีก ลิเวอร์พูล2021ฟรีบาท| โปรแกรม พรีเมียร์ ลีก ลิเวอร์พูล2021ฟรีบาท| วิเคราะห์บอล ดาร์ลิงตันการพนันฟรี| บา คา ร่า ยิง ปลา2021โปรโมชั่น| บาสสดตกปลาออนไลน์ฟรี| ราคา บอล ไหล วัน นี้ ล่าสุดบาคาร่าฟรี| กลุ่ม พนัน บอลบาคาร่าฟรี| ดู ผล บอล สด ไทย อิน โด วัน นี้เกมฟรี| เกมส์สล็อตได้เงินจริงข้อเสนอฟรี 2021| ประวัติคาสิโน2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| พรีเมียร์ลีก มีทีมอะไรบ้างลงทะเบียนส่ง 88| ผลพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันเสาร์บาคาร่าฟรี| วิเคราะห์ บอล ไทย ดิวิชั่น 2การพนันฟรี| ตาราง คะแนน ฟุตบอล อังกฤษ คอนเฟอเรนซ์บาคาร่าฟรี| มิตรอารี เชียงราย เอฟซีลงทะเบียนส่ง 88| ฟุตบอล ภาษาเกาหลีตกปลาออนไลน์ฟรี| ฉายา สโมสร ฟุตบอล ไทยบาคาร่าฟรี| ดู บอล ฟุต ซอ ล ออนไลน์โป๊กเกอร์ฟรี| วิธี หาเงิน จาก สล็อต2021ฟรีบาท| ถ่ายทอด สดยูฟ่าคืนนี้2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| แอพพนันเอ็นบีเอ2021ฟรีบาท| ชวน เล่น บา คา ร่า2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| ผล การ แข่งขัน บอล ยูโร 2021เกมฟรี| ดู บอล สด 7m อเมริกัน ฟุตบอลตกปลาออนไลน์ฟรี| บาคาร่า สูตรเดิมพันฟรี| บอล สด 365 ไทยตกปลาออนไลน์ฟรี| ดูบอลสด จีนu23ตกปลาออนไลน์ฟรี| วิเคราะห์บอลวันนี้ ทุกคู่ ทุกลีก ผลบอล ทีเด็ดบอล วิเคราะห์ฟุตบอลอันดับหนึ่งของเมืองไทย lomtoe.netสล็อตแมชชีนฟรี| ฟุตบอล ณัฐพรการพนันฟรี| สล็อตเงินสด2021ฟรีบาท| สูตร บา คา ร่า เงิน แสน2021โปรโมชั่น| ทีเด็ด ฟุตบอล วัน นี้ 3 คู่ เน้นๆเกมฟรี| ทดลองเล่น เกมส์สล็อต ฟรีโป๊กเกอร์ฟรี| ไพ่ แค ง เล่น ได้ เงิน จริง2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| บาคาร่า ต่างประเทศบาคาร่าฟรี| ผลบอลสด พร้อมสถิติสล็อตแมชชีนฟรี| ผลการแข่งขันฟุตบอลไทยกับจีนเกมฟรี| วิเคราะห์ บอล วัน นี้ ทุก คู่สล็อตแมชชีนฟรี| คา สิ โน 99บาคาร่าฟรี| บอล ถ่ายทอด สด วัน นี้ ลิเวอร์พูลสล็อตแมชชีนฟรี| พรีเมียร์ลีก ลําดับ2021ฟรีบาท| ตาราง ถ่ายทอด สด ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีกลงทะเบียนส่ง 88| ดู บอล สด ซั ป โป โร ยู ทู ปสล็อตแมชชีนฟรี| ดู ผล บอล สด บิวรี่ลงทะเบียนส่ง 88| คํา คม การ พนัน บอลลงทะเบียนส่ง 88| ว็บ บอล ออนไลน์ สมัคร ฟรีเกมฟรี| มูลค่าทีมฟุตบอล2021ลงทะเบียนส่ง 88| ดูบอล พรีเมียร์ ลีก คืน นี้โป๊กเกอร์ฟรี| pantip คา สิ โน2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| เล่น บอล ให้ ได้ เงิน ทุก วันบาคาร่าฟรี| ฟุตบอล ญี่ปุ่น เกาหลีใต้การพนันฟรี| เล่นสล็อตฟรีในเว็บไซต์ตกปลาออนไลน์ฟรี| สโมสรฟุตบอลไทยที่รวยที่สุดการพนันฟรี| โรงเรียนบ้านบึงกระโดนเดิมพันฟรี| ฟุตบอล 49 ปีบาคาร่าฟรี| ตาราง คะแนน ฟุตบอล 7 สี ล่าสุดเดิมพันฟรี| เว็บพนันบอลไทย สล็อตแมชชีนฟรี| ราคา สโมสร ฟุตบอล ไทย2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| ดู บอล สด คืน นี้ pptvเดิมพันฟรี| วิเคราะห์บอล น็องสล็อตแมชชีนฟรี| วิเคราะห์บอล ซามพ์โดเรีย อตาลันต้าตกปลาออนไลน์ฟรี| ถ่ายทอด สด ฟุตบอล แชมป์ เปีย น ลีกบาคาร่าฟรี| รีวิว สล็อตโป๊กเกอร์ฟรี| สล็อตที่แจ็คพ็อตแตกมากที่สุดเดิมพันฟรี| สมัครเล่นเกมยิงปลาลงทะเบียนส่ง 88| ดู บอล สด เอ ฟ เวอร์ ตันการพนันฟรี| มูลค่าทีมฟุตบอลไทยการพนันฟรี| สมัคร สล็อตออนไลน์ โป๊กเกอร์ฟรี| ดูผลบอลสด 888 พร้อมราคาเกมฟรี| คะแนนฟุตบอล/คะแนนสด/ลาลีกาการพนันฟรี| ถ่ายทอดสดฟุตบอล 24 กพ 62เกมฟรี| ผลพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์2021ลงทะเบียนเพื่อส่งเงิน| ตารางบอล พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล2021โปรโมชั่น| กติกาบาคาร่า sbobetข้อเสนอฟรี 2021|